ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและเร่งแก้ไขปัญหาการสัญจรบนถนนทางหลวงหมายเลข 33 (สุพรรณบุรี–ป่าโมก–สายเอเชีย) ภายหลังเกิดน้ำท่วมขังผิวการจราจรในพื้นที่อำเภอป่าโมก

🗓️ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.40 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและเร่งแก้ไขปัญหาการสัญจรบนถนนทางหลวงหมายเลข 33 (สุพรรณบุรี–ป่าโมก–สายเอเชีย) ภายหลังเกิดน้ำท่วมขังผิวการจราจรในพื้นที่อำเภอป่าโมก ส่งผลให้ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรผ่านได้เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์

นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้ลงพื้นที่บริเวณแยกหมวดการทางป่าโมก ตั้งแต่บริเวณปั๊ม ปตท. ถึงหน้าหมู่บ้านทำกลอง ซึ่งมีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30–50 เซนติเมตร ระยะทางราว 1 กิโลเมตร พร้อมสอบถามแนวทางการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จากการหารือร่วมกับแขวงทางหลวงอ่างทอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน โดยจะดำเนินการทำแนวคันดินทั้งสองฝั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากพื้นที่ตำบลนรสิงห์ไหลเข้าพื้นที่ตำบลเอกราชเพิ่มเติม ควบคู่กับการใช้ถุงบิ๊กแบ็กอุดจุดที่มีระดับน้ำลึก คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2 วัน

ภายหลังจากนั้น จะนำเครื่องสูบน้ำระยะไกลของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 จังหวัดสุพรรณบุรี เข้าสูบน้ำออกจากพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 วัน เพื่อเร่งระบายน้ำให้เร็วขึ้น จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลานานกว่า 1 เดือนหากปล่อยให้น้ำแห้งตามธรรมชาติ

เมื่อระดับน้ำลดลง แขวงทางหลวงอ่างทองจะเข้าตรวจสอบโครงสร้างและความแข็งแรงของผิวถนนอย่างละเอียด ก่อนพิจารณาเปิดการจราจรให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนสายอ่างทอง–ป่าโมก (สายใน) เพื่อติดตามความเสียหายจากน้ำท่วมและการกัดเซาะ โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตลอดแนวถนน โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่อาจเกิดโพรงใต้ผิวถนน ก่อนดำเนินการซ่อมแซม เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้โดยเร็วและลดผลกระทบต่อประชาชน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรป่าโมก ได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดูแลความปลอดภัย และสนับสนุนภารกิจของทุกหน่วยงานอย่างเต็มกำลัง โดยยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ